ไม้ HMR คือแผ่นไม้อัดกาวชนิดพิเศษและอบด้วยความร้อนสูง ทำให้ทนความชื้นได้สูง เหมาะแก่การผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ Fit-in เช่น เคาน์เตอร์ครัว ตู้เสื้อผ้า เตียงนอน หรือโต๊ะทำงาน เพราะมีอายุการใช้งานนานและรับแรงกระแทกได้ดี นอกจากนี้ ไม้ HMR ยังมีการแบ่งเกรดย่อยตามคุณสมบัติกันชื้นอีกด้วย เกรดไม้ HMR มีกี่ประเภท แต่ละเกรดมีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วเกรดไหนที่ดีที่สุด มาดูกันเลย
Table of Contents
“3 Cyclic Test” วิธีทดสอบความกันชื้นของไม้ HMR
สำหรับวิธีในการทดสอบเพื่อวัดความสามารถในการทนความชื้นของไม้ HMR จะเรียกว่า 3 Cyclic Test เป็นมาตรฐานจากยุโรป โดยแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนและทำซ้ำ ๆ ทั้งหมด 3 รอบในระยะเวลา 21 วัน ดังนี้
- นำไม้แช่น้ำอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 72 ชั่วโมง
- แช่เย็นที่อุณหภูมิ -12 จนถึง -20 เป็นเวลา 1 วันเต็ม
- จากนั้นนำไปอบร้อนที่อุณหภูมิ 68 – 72 องศาเซลเชียส เป็นเวลา 72 ชั่วโมง
หลังจากครบ 21 วันแล้ว ก็จะนำไม้แต่ละชิ้นมาวัดระดับความพองตัว ว่าทนทานต่อความชื้นได้ดีแค่ไหน แล้วนำไปจัดเกรดเป็นลำดับต่อไป

เกรดไม้ HMR มีกี่เกรด
หลังจากทดสอบ 3 Cyclic Test เรียบร้อยแล้ว เราก็จะแบ่งเกรดไม้ HMR ออกเป็น 3 เกรดด้วยกัน ได้แก่ V313, V70 และ N70 มาหาคำตอบกันว่าเกรดไหนที่ถูกจัดอันดับว่าเป็นเกรดดีที่สุด
1. ไม้ HMR เกรด V313
ไม้ HMR เกรด V313 เป็นเกรดที่ดีที่สุด เพราะผลิตจากใยไม้ยูคาลิปตัส 100% ที่มีความแข็งแรงทนทานสูง และแน่นกว่าไม้เกรดทั่วไป ทำให้น้ำไหลแทรกซึมลงไปได้ยาก จึงสามารถกันชื้นที่ดีที่สุดนั่นเอง
- เป็นเกรดไม้ HMR ที่ได้มาตรฐาน E1 เพราะมีการระเหยของสารฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำ ไม่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
- เนื้อไม้มีความแน่นและเรียบเนียน ไม่บิดหรือโก่งง่าย เซาะร่องได้ดี
- ปิดผิวไม้ด้วยกาวเมลามีนชนิดพิเศษ
- มีราคาสูงและมีน้ำหนักมากกว่าเกรดอื่น ๆ ต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการตัดแต่ง
- เหมาะกับการใช้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ Fit-in, เฟอร์นิเจอร์ Built-in, บานตู้, ห้องน้ำโซนแห้ง และผนัง สำหรับธุรกิจที่ใช้งานหนักและเน้นคุณภาพ เช่น โรงเรียน โรงแรม หรืออาคารพาณิชย์
2. ไม้ HMR เกรด V70
ไม้ HMR เกรด V70 เป็นเกรดระดับกลาง เนื้อยังมีความแน่นหนาแต่กันความชื้นได้ประมาณ 70% เมื่อเทียบกับเกรด V313 เพราะผลิตด้วยไม้เนื้อแข็งและเนื้ออ่อนผสมกัน แต่ในแง่ราคาถือว่าคุ้มค่าและจับต้องได้ง่ายกว่า
- เนื้อไม้ไม่ได้แน่นจนเกินไป ทำให้สามารถตัดและเจาะได้ง่ายด้วยเครื่องมือทั่วไป
- รองรับน้ำหนักได้ดี พื้นผิวเรียบ นำไปทาสีหรือตกแต่งต่อได้ง่าย
- ปิดผิวด้วยกาวเมลามีนหรือลามิเนต
- ไม่ควรแช่น้ำหรือโดนความชื้นโดยตรง
- เหมาะกับการทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายใน เช่น ชั้นวางทีวี โต๊ะเครื่องสำอาง และตู้เสื้อผ้า เป็นต้น
3. ไม้ HMR เกรด N70
ปิดท้ายด้วยไม้ HMR เกรด N70 ทนความชื้นได้ในระดับพื้นฐานของไม้ทั่วไป เหมาะกับการผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ห่างไกลความชื้น เช่น โต๊ะทำงาน ตู้เก็บของ ชั้นวางของในห้องนั่งเล่น เพราะเป็นเกรดไม้ในระดับเริ่มต้น
- ผลิตจากไม้ผสม ทำให้มีความหนาแน่นต่ำและทนชื้นได้น้อยที่สุด
- ปิดผิวด้วยกาวเมลามีนหรือลามิเนต
- ควรใช้งานในพื้นที่แห้ง ไม่ชื้น ไม่เหมาะกับผลิตเฟอร์นิเจอร์ห้องครัวและห้องน้ำ
- ราคาถูกกว่าเกรด V313 และ V70

EZYBUILT เลือกใช้ไม้ HMR เกรด V313 เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกค้าทุกคน
EZYBUILT เป็นบริษัทรับออกแบบและติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ Fit-in ที่ใส่ใจในคุณภาพและไลฟ์สไตล์การใช้งาน เราจึงเลือกใช้ไม้ HMR เกรด V313 ระดับสูงสุดเพื่อผลิตสินค้าให้กับลูกค้าทุกท่าน ด้วยเครื่องจักรระดับสากลและ Fitting จากแบรนด์ชั้นนำในยุโรป นอกจากนี้ ไม้ทุกแผ่นยังผ่านการรับรองมาตรฐาน E1 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
- สามารถปรับไซส์ ขนาด และรูปแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณ
- ปิดขอบด้วยกาว PUR จากโรงงาน ไม่มีกลิ่นเคมีและฝุ่นอบอวลในบ้านของคุณ ซึ่งกาวชนิดนี้ทำให้สามารถกันน้ำได้ 100%
- มี Personal Designer ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับดีไซน์
- ผลิตเฟอร์นิเจอร์ Fit-in ได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เคาน์เตอร์ครัว ชั้นวางทีวี ตู้เก็บของใต้อ่างล้างหน้า ตู้เสื้อผ้า เตียงนอน และอีกมากมาย
สรุป
จะเห็นได้ว่าเกรดไม้ HMR แต่ละเกรดมีคุณสมบัติและเหมาะแก่การผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่แตกต่างกัน ทั้งการกันความชื้น ความแข็งแรงทนทาน ไปจนถึงความยากง่ายในการตัดแต่ง เท่านี้คุณก็สามารถเลือกระดับของไม้ให้เหมาะสมกับประเภทงานที่ต้องการได้แล้ว แต่หากกำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์ไม้คุณภาพ ที่ผลิตด้วยเกรด V313 ในราคาที่คุ้มค่ากับฟังก์ชันและความสวยงาม ให้ EZYBUILT เป็นคำตอบในใจของคุณ!












