เคล็ดลับตกแต่งห้องนั่งเล่น เปลี่ยนห้องโล่งให้เป็นมุมโปรดของทุกคนในบ้าน

ห้องนั่งเล่นรูปตัว L เป็นการตกแต่งห้องนั่งเล่นที่ดูโปร่ง ไม่อึดอัด

ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก เป็นทั้งหัวใจของบ้านและมุมนั่งเล่นในบ้านของครอบครัว ที่ทุกคนสามารถเข้ามานั่งพูดคุยและทำกิจกรรมแบบพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างการเล่นเกม หรือดูโทรทัศน์ร่วมกัน ช่วยให้ความสัมพันธ์ภายในบ้านแน่นแฟ้นกันยิ่งขึ้น ซึ่งหลักการออกแบบห้องนั่งเล่นที่ดีจะต้องตอบสนองความต้องการ และความชอบของทุกคนได้อย่างเต็มที่ EZYBUILT ได้รวบรวมเคล็ดลับดี ๆ มาให้ทุกคนแล้วในบทความนี้ พร้อมแล้วก็ตามมาอ่านกันเลย!

Content Summary

  • รูปแบบเลย์เอาต์ (Layout) ของห้องนั่งเล่นที่คนนิยมตกแต่งกัน ได้แก่ ห้องนั่งเล่นรูปตัว U, ตัว L, แบบ Open Space และแบบที่เป็นทางการ
  • การออกแบบห้องนั่งเล่นที่เหมาะสมควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนในบ้าน ตัวอย่างเช่น มีโต๊ะกาแฟเล็ก ๆ สำหรับบ้านที่ชอบดูทีวีหรือดูหนังด้วยกัน
  • การแต่งห้องนั่งเล่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีฝาปิดแบบทึบ จะช่วยให้ห้องเป็นระเบียบ ของใช้ในบ้านไม่เกะกะ รกสายตา

ทำความรู้จักเลย์เอาต์ (Layout) ของห้องนั่งเล่น

กระบวนการแรกในการตกแต่งห้องนั่งเล่นคือ การวางแผนผังห้องนั่งเล่น เพราะขนาดพื้นที่และรูปแบบแปลนบ้านของแต่ละหลังไม่เหมือนกัน รวมไปถึงตำแหน่งของห้องนั่งเล่นที่แตกต่างกัน เพื่อให้สามารถเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ให้ตรงตามดีไซน์และใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด มาดูกันว่ารูปแบบเลย์เอาต์ห้องนั่งเล่นที่คนนิยมนำไปปรับใช้นั้น มีอะไรบ้าง

ห้องนั่งเล่นตัว U เป็นการออกแบบห้องนั่งเล่นสำหรับบ้านที่มี 4 คนขึ้นไป

ห้องนั่งเล่นรูปตัว U 

เป็นการออกแบบห้องนั่งเล่นสำหรับบ้านที่มีตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป มีพื้นที่ในโซนห้องรับแขกที่ค่อนข้างกว้าง สามารถรองรับแขกได้ถึง 6 – 8 คน โดยการวางโซฟารูปตัว U หันหน้าเข้าหาทีวี หรือจะเป็นโซฟาใหญ่ตรงกลาง และมีเก้าอี้เล็ก ๆ ขนาบข้างโซฟา ก็จะช่วยให้มีพื้นที่ทางเดินมากขึ้น

ห้องนั่งเล่นรูปตัว L เป็นการตกแต่งห้องนั่งเล่นที่ดูโปร่ง ไม่อึดอัด

ห้องนั่งเล่นรูปตัว L

เป็นดีไซน์การตกแต่งห้องนั่งเล่นที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด เพราะทำให้ห้องนั่งเล่นดูโล่ง ปลอดโปร่ง โดยการวางโซฟารูปตัว L ตรงข้ามกับทีวี และอาจจะมีโต๊ะกาแฟเล็ก ๆ วางไว้กึ่งกลางห้อง

ออกแบบห้องนั่งเล่นสไตล์ Open Space เหมาะกับห้องขนาดเล็ก

ห้องนั่งเล่นแบบเปิดโล่ง (Open Space)

สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยกันแค่ 2 คน อาจใช้เลย์เอาต์แบบ Open Space ในการดีไซน์ห้องนั่งเล่นของคุณ เพราะใช้เฟอร์นิเจอร์น้อย และทำให้บรรยากาศไม่อึดอัด รวมถึงเหมาะกับคอนโดหรือบ้านขนาดเล็กอีกด้วย

การวางโซฟา 2 ตัวหันหน้าเข้าหากัน เป็นการตกแต่งห้องนั่งเล่นที่มีความเป็นทางการ

ห้องนั่งเล่นที่มีความเป็นทางการ

ถ้าครอบครัวของคุณมีการรับแขกเป็นประจำ การจัดเลย์เอาต์ห้องนั่งเล่นแบบทางการอาจจะเหมาะสมกับการใช้งานมากกว่า โดยการวางโซฟาใหญ่ 2 ตัวหันหน้าเข้าหากัน ซึ่งเลย์เอาต์แบบนี้จะไม่ค่อยสะดวกกับการดูโทรทัศน์สักเท่าไหร่ แต่ช่วยให้สามารถพูดคุยกับแขกได้สะดวกขึ้น

5 หลักการออกแบบห้องนั่งเล่น ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว

หลังจากเลือกแผนผังห้องนั่งเล่นที่เข้ากับพื้นที่ของบ้านได้แล้ว การดีไซน์ห้องนั่งเล่นให้สวยงาม ขึ้นอยู่กับเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง ซึ่งแน่นอนว่าต้องครบทั้งความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อให้พื้นที่ถูกใช้สอยอย่างเกิดประโยชน์มากที่สุด

หลักการตกแต่งห้องนั่งเล่นให้ใช้งานได้จริง ต้องคำนึงถึงไลฟ์สไตล์คนในครอบครัว

1. เลือกเฟอร์นิเจอร์ตามไลฟ์สไตล์ของคนในบ้าน

เลือกรูปแบบและจำนวนโซฟาตามเลย์เอาต์ที่เราได้แนะนำไปตามข้างต้น หรือคำนวณจากจำนวนคนในครอบครัวก็ได้เช่นกัน สำหรับเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ให้พิจารณาไลฟ์สไตล์ว่า คนที่บ้านชอบทำอะไร ถ้าชอบดูหนังอาจจะต้องมีโต๊ะกาแฟเล็ก ๆ ไว้วางขนมและเครื่องดื่ม หรือบ้านไหนที่เป็นหนอนหนังสือ ก็อาจจะมีชั้นหนังสือตั้งอยู่ข้างโซฟา หรือออกแบบเป็นตู้เก็บหนังสือใต้ทีวี เป็นต้น

2. แสงสว่างในห้องนั่งเล่นต้องเพียงพอ

สิ่งสำคัญที่ทำให้การออกแบบห้องนั่งเล่นนั้นใช้งานได้จริง คือ แสงสว่างที่เข้ามาภายในห้อง แนะนำว่าควรเปิดรับแสงธรรมชาติเป็นหลัก เลือกใช้ม่านโปร่งแสงช่วยกรองไม่ให้แสงเข้ามามากจนเกินไป และมีโคมไฟที่ให้แสงสว่างเพียงพอสำหรับช่วงเวลากลางคืน

ชั้นวางทีวี Fit-in แบบหน้าบานทึบช่วยตกแต่งห้องนั่งเล่นให้มีระเบียบขึ้นได้

3. เฟอร์นิเจอร์แบบหน้าบานทึบ ช่วยให้ห้องนั่งเล่นดูเป็นระเบียบ

แม้ว่าเฟอร์นิเจอร์แบบโปร่งจะช่วยทำให้บ้านดูโล่งและสบายตา แต่การที่เห็นของใช้จำนวนมากวางเรียงกัน จะทำให้บ้านดูอึดอัดได้ ดังนั้น เฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่นควรเป็นแบบหน้าบานทึบที่มองไม่เห็นของข้างใน ตัวอย่างเช่น เลือกซื้อชั้นวางทีวีแบบที่มีฝาหน้าหรือลิ้นชักสำหรับเก็บของกระจุกกระจิก จะช่วยทำให้บ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น

4. จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้มีระยะห่างเพียงพอ

ห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ที่มีคนเข้าออกแทบจะตลอดเวลา การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่นจึงต้องมีระยะทางเดินโดยรอบอย่างน้อย 55 – 70 เซนติเมตร เพื่อให้สามารถคนในครอบครัวเดินได้อย่างสะดวก ไม่ชนกับโซฟา สำหรับระยะห่างดูทีวีที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับขนาดของจอโทรทัศน์เป็นหลัก ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 1 เมตรขึ้นไป

5. ตกแต่งห้องนั่งเล่นให้เป็นธีมเดียวกัน

เมื่อเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นและตอบโจทย์การใช้งานได้แล้ว อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องสีสันและวัสดุ เพื่อคุมธีมของห้องนั่งเล่นให้เป็นโทนเดียวกัน จะช่วยให้มุมนั่งเล่นในบ้านดูน่าพักผ่อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งสไตล์การตกแต่งห้องนั่งเล่นก็มีมากมายตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็น โมเดิร์น ลอฟท์ มินิมอล หรูหรา หรือคลาสสิก และอาจเลือกวัสดุที่พื้นผิวมีความแตกต่าง จะช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับห้องนั่งเล่นของคุณได้

สรุป

ห้องนั่งเล่นเปรียบเสมือนหน้าตาหลักของบ้าน ที่บ่งบอกถึงตัวตนและดีไซน์ของบ้านได้ชัดเจนที่สุด หลักการออกแบบห้องนั่งเล่นในบทความจะช่วยให้ห้องนั่งเล่นของคุณดูไม่น่าเบื่อ และสามารถใช้สอยได้อย่างเต็มที่อีกด้วย นอกจากคนในครอบครัวแล้ว เวลาพาเพื่อนหรือแขกสำคัญมาเที่ยวบ้าน ก็จะช่วยให้สามารถจัดแจงกิจกรรมต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย

More Article