ไม้ MDF คืออะไร พารู้จักคุณสมบัติ ข้อดี-ข้อเสียในการใช้งาน

ไม้ MDF คืออะไร

ในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปหรือการส่งงานออกแบบตกแต่งภายใน หลายคนมักจะคุ้นหูกับคำว่า ไม้ MDF กันมาบ้างไม่มากก็น้อย ทว่าท่ามกลางวัสดุทดแทนไม้ที่วางจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดในปัจจุบัน เจ้าวัสดุแผ่นนี้มีความน่าสนใจอย่างไร มีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหน และทำไมช่างไม้รวมถึงอินทีเรียดีไซเนอร์จึงนิยมเลือกใช้ วันนี้ EZYBUILT เราจะพาทุกคนมาเจาะลึกทุกประเด็นเพื่อการเลือกใช้งานที่คุ้มค่ากัน

ทำความรู้จักไม้ MDF คืออะไร และมีกระบวนการผลิตอย่างไร

ไม้ MDF (Medium-Density Fiberboard) คือ วัสดุทดแทนไม้ธรรมชาติ ผลิตโดยการนำเศษไม้ยางพาราหรือไม้ยูคาลิปตัสมาบดละเอียดจนเป็นเส้นใย จากนั้นนำไปผสมกาวสังเคราะห์แล้วอัดขึ้นรูปด้วยความร้อนและแรงดันสูง ออกมาเป็นแผ่นไม้ที่มีโครงสร้างแน่น ผิวหน้าเนียนละเอียดสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น เจาะหรือฉลุลายได้ง่าย ไม่บิ่นหัก เหมาะสำหรับงานทำสีพ่นและปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ภายในที่ต้องการความเนี๊ยบเรียบกริบ

ส่องข้อดีและข้อเสียของไม้ MDF ที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้งานจริง

ส่องข้อดีและข้อเสียของไม้ MDF 

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือติดตั้งงานผนังตกแต่งในบ้าน ควรรู้ถึงข้อดีและข้อเสียของวัสดุชนิดนี้ เพื่อให้ได้งานเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานได้ยาวนาน 

ข้อดีของไม้ MDF

  • พื้นผิวเนียนเรียบไร้รอยต่อ: เนื่องจากโครงสร้างเกิดจากเส้นใยบดละเอียด ทำให้ผิวหน้าของแผ่นไม้มีความเนียนเรียบสม่ำเสมอ ไม่มีเศษไม้ก้อนใหญ่โผล่ขึ้นมาปั้มรอย ทำให้เป็นวัสดุที่ดีสำหรับงานพ่นสี หรืองานปิดผิวลามิเนตและเมลามีน เพราะผิวสัมผัสจะเรียบเนียนเนี๊ยบกริบ
  • ตัดแต่งและฉลุลายได้ง่าย : เนื้อไม้มีความหนาแน่นเท่ากันทั้งแผ่น ช่างไม้จึงสามารถนำไปเจาะ ตัด โค้งมน หรือเข้าเครื่อง CNC เพื่อฉลุลายตกแต่งได้อย่างอิสระ โดยที่ขอบไม้ไม่แตกหักบิ่นเสียหายง่ายเหมือนไม้ชนิดอื่น
  • ราคาย่อมเยาคุมงบง่าย : เมื่อนำไปเทียบราคาตารางเมตรต่อตารางเมตรกับไม้จริงหรือไม้อัดพรีเมียม วัสดุชนิดนี้มีต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก ช่วยให้เจ้าของบ้านประหยัดงบในการตกแต่งไปได้มหาศาล

ข้อเสียของไม้ MDF ที่ควรระวัง

  • ไม่ทนทานต่อความชื้น : จุดอ่อนร้ายแรงที่สุดคือการแพ้น้ำ หากแผ่นไม้แช่น้ำหรืออยู่ในจุดที่อับชื้นเป็นเวลานาน เนื้อไม้จะซับน้ำจนเกิดอาการบวม พอง ผุ และเสียรูปทรงได้ง่าย จึงห้ามนำไปใช้งานภายนอกอาคารเด็ดขาด
  • มีน้ำหนักค่อนข้างมาก : ด้วยความที่เนื้อในถูกบดและอัดแน่นด้วยแรงดันสูง แผ่นไม้ชนิดนี้จึงมีน้ำหนักมากกว่าไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดและไม้อัดทั่วไป ส่งผลต่อการขนย้ายหรือการยึดพุกติดผนังที่ต้องคำนวณน้ำหนักให้ดี
  • การยึดเกาะสกรูซ้ำ ๆ ทำได้ยาก : หากมีการเจาะคว้านสกรูหรือตะปูตรงจุดเดิมบ่อย ๆ หรือถอดประกอบเฟอร์นิเจอร์หลายรอบ เนื้อใยไม้ภายในอาจจะร่วนและทำให้จุดยึดเกาะหลวมได้ง่ายกว่างานไม้จริง

เจาะลึกประเภทความหนาของไม้ MDF ในท้องตลาดที่นิยมใช้งาน

ประเภทความหนาของไม้ MDF 

เพื่อให้สอดรับกับฟังก์ชันในงานสถาปัตยกรรมภายใน โรงงานผู้ผลิตจึงมีการจำแนกประเภทและเกรดของแผ่นไม้ MDF ออกมาให้เลือกตามความเหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

  • ไม้ MDF แบบมาตรฐาน (Standard Grade) : เนื้อในจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนตามธรรมชาติของเนื้อไม้ดิบ มีความหนาตั้งแต่ขนาดมิลลิเมตรบาง ๆ ไปจนถึงแผ่นหนา เหมาะสำหรับการนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปในพื้นที่แห้งสนิท เช่น แผงหลังตู้ ชั้นวางของ หรือโต๊ะทำงาน
  • ไม้ MDF ชนิดทนความชื้น (V313 / HMR) : มีการเพิ่มสารกันชื้นประเภทเมลามีนยูเรียฟอร์มาลดีไฮด์เข้าไปในกระบวนการอัดแน่น ทำให้เนื้อไม้เปลี่ยนเป็น “สีเขียวอ่อน” เป็นเอกลักษณ์ มักนิยมนำไปทำหน้าบานเคาน์เตอร์ครัวหรือตู้ใต้อ่างล้างหน้าเพื่อยืดอายุการใช้งาน แต่ต้องจำไว้ว่าวัสดุชนิดนี้แค่ ทนชื้น ไม่ได้ กันน้ำ 100% จึงห้ามแช่น้ำตรง ๆ 
  • ไม้ MDF เคลือบผิวสำเร็จรูป : เป็นบอร์ดที่ผ่านการปิดผิวหน้าด้วยวัสดุชนิดต่าง ๆ มาแล้วจากโรงงาน เช่น ผิวเมลามีน ลามิเนต หรือฟอยล์ลายไม้ ข้อดีคือช่างหน้างานสามารถนำไปตัดประกอบทำเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาทำสีพ่นเพิ่มเติม

ไขข้อข้องใจไม้ MDF ต่างจากไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดอย่างไรบ้าง

หลายคนมักสับสนระหว่างวัสดุสองชนิดนี้เนื่องจากเป็นไม้สังเคราะห์เหมือนกัน แต่หากเราซูมดูขอบตัดด้านข้างจะเห็นความต่างอย่างชัดเจน โดย ไม้ปาร์ติเกิล (Particle Board) จะผลิตขึ้นมาจากเศษไม้วัสดุบดหยาบเกาะรวมกัน ทำให้เนื้อในมีช่องว่างค่อนข้างมาก น้ำหนักเบา และราคาถูกที่สุด แต่รับน้ำหนักได้น้อยและผิวหน้าขรุขระ ในขณะที่ ไม้ MDF ใช้เส้นใยบดละเอียดอัดแน่น ผิวหน้าจึงเนียนเรียบกว่า มีความหนาแน่นสูงกว่า รับแรงกดทับและการดัดเจาะขึ้นรูปได้ดีกว่าไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดหลายเท่าตัว

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างไม้ MDF ไม้อัด และไม้จริง

เพื่อให้เห็นภาพรวมในการพิจารณาเลือกซื้อวัสดุได้อย่างถูกต้อง ลองมาดูตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติเด่นของโครงสร้างงานไม้แต่ละประเภทกัน

ประเภทวัสดุโครงสร้างและผิวสัมผัสจุดเด่นสำคัญข้อควรระวัง
ไม้ MDFเส้นใยบดละเอียด อัดแน่น ผิวหน้าเรียบกริบเสมอกันทำสีสวย เจาะฉลุง่าย ราคาประหยัดคุมงบดีหากโดนน้ำขังจะบวมพอง น้ำหนักค่อนข้างมาก
ไม้อัด (Plywood)แผ่นไม้บางวางเรียงซ้อนสลับชั้นอัดทับด้วยกาวโครงสร้างแข็งแรง ทนทาน ยืดหยุ่นทนความชื้นได้ดีผิวหน้าไม่เรียบเนียนเท่า MDF ต้องตกแต่งผิวเพิ่ม
ไม้จริง (Natural Wood)เนื้อไม้แท้จากธรรมชาติ มีลวดลายเฉพาะตัวสวยงามคลาสสิก แข็งแกร่ง อายุการใช้งานยาวนานราคาสูงมาก มีโอกาสยืดหดหรือบิดงอตามสภาพอากาศ

รวมไอเดียไม้ MDF เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ประเภทใดบ้าง

ไม้ MDF เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ประเภทใดบ้าง

ด้วยคุณสมบัติเด่นเรื่องความเรียบเนียนและมิติของแผ่นไม้ที่สม่ำเสมอ วัสดุชนิดนี้จึงทำหน้าที่ตอบโจทย์งานดีไซน์ภายในได้อย่างหลากหลาย โดยไอเดียยอดนิยม มีดังนี้

  • งานเฟอร์นิเจอร์ฟิตอิน : นิยมนำไปผลิตเป็นบานประตูตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง เตียงนอน หรือชั้นวางทีวี เนื่องจากผิวหน้าที่เรียบเนียนจะช่วยให้ปิดผิวลามิเนตสีด้าน (Super Matte) หรือพ่นสีไฮกลอสออกมาได้หรูหราสะดุดตา
  • งานตกแต่งผนังและฝ้าเพดาน : นิยมนำมาตัดแต่งเป็นแผงกั้นห้อง (Partition) หรือกรุทำผนังตกแต่งลายเซาะร่องตลอดจนหัวเตียงดีไซน์คลาสสิกตามห้องนอนหรือห้องรับแขก ช่วยเพิ่มเลเยอร์และมิติสายตาให้บ้านดูน่ามอง
  • งานประดิษฐ์และ DIY รายละเอียดสูง : ด้วยเนื้อไม้ที่ไม่แตกบิ่นเวลากรีดใบมีดตัด จึงเหมาะมากสำหรับนำไปเข้าเครื่องตัดเลเซอร์เพื่อทำฉลุลายโปร่ง โครงกรอบรูป ป้ายอักษรติดผนัง หรือกล่องเก็บของดีไซน์พิเศษ

เทคนิควิธีเลือกซื้อไม้ MDF ให้ตอบโจทย์และเหมาะกับการใช้งาน

การเลือกซื้อแผ่นไม้หรือเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งบ้านให้คุ้มค่า แนะนำให้พิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ๆ คือ

  1. เลือกจากตำแหน่งพื้นที่ติดตั้ง: หากใช้งานในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือสำนักงานทั่วไป สามารถเลือกใช้ไม้เกรดมาตรฐานสีน้ำตาลปกติได้เลย แต่หากเป็นมุมห้องครัวหรือห้องน้ำที่หลีกเลี่ยงความชื้นไม่ได้ ต้องระบุเจาะจงเป็นไม้เกรดทนชื้นเท่านั้น
  2. เลือกความหนาให้สัมพันธ์กับการรับน้ำหนัก : สำหรับโครงตู้หรือหน้าบานตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ควรเลือกความหนาที่ 15 – 18 มิลลิเมตรขึ้นไป เพื่อป้องกันไม้แอ่นตัวตรงกลาง แต่หากเป็นงานกรุผนังตกแต่งโชว์ผิวหรือแผงกั้นทั่วไป สามารถลดทอนลงมาใช้ความหนา 6 – 9 มิลลิเมตรเพื่อลดน้ำหนักโครงสร้างได้
  3. ตรวจสอบการปิดผิวหน้า : หากไม่อยากวุ่นวายเรื่องงานช่างทำสี ควรเลือกแบบที่เคลือบผิวสำเร็จรูป (เมลามีนหรือลามิเนต) มาแล้ว เพื่อความทนทานต่อรอยขีดข่วนและการดูแลรักษาที่ง่ายขึ้น

วิธีดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ไม้ MDF ให้สวยทนทานยาวนาน

แม้ไม้ชนิดนี้จะมีจุดอ่อนเรื่องความชื้น แต่หากเราเข้าใจและดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เฟอร์นิเจอร์ของคุณก็จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานไม่ต่างจากวัสดุประเภทอื่นเลย โดยวิธีดูแลเบื้องต้น มีดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเปียกโชกเช็ดทำความสะอาด : ในการปัดกวาดเช็ดถูประจำวัน ให้ใช้เพียงไม้ขนไก่ปัดฝุ่น หรือใช้ผ้านุ่มชุบน้ำบิดหมาดสนิทเช็ดเบา ๆ แล้วรีบตามด้วยผ้าแห้งทันทีเพื่อไม่ให้มีความชื้นแทรกซึมตามรอยต่อ
  2. ห้ามตั้งเฟอร์นิเจอร์ในจุดที่ตากแดดหรือฝนสาด : ควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้อยู่ห่างจากขอบหน้าต่างที่เสี่ยงต่อฝนสาด และเลี่ยงจุดที่โดนแสงแดดจัดส่องกระทบโดยตรง เพราะความร้อนจะทำให้ผิววัสดุที่เคลือบไว้แห้งกรอบและหลุดล่อนได้ง่าย
  3. ห้ามวางสิ่งของที่เปียกชื้นทิ้งไว้บนพื้นผิว : เช่น แก้วน้ำที่มีหยดน้ำเกาะ หรือแจกันดอกไม้ที่มีน้ำซึม ควรหาแผ่นรองแก้วหรือผ้ารองมาคั่นกลางไว้เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมลงลึกไปถึงเนื้อใยไม้ด้านในจนบวมพอง

ไม้ MDF เหมาะกับใครและคุ้มค่าต่องบประมาณไหม

โดยสรุปแล้ว ไม้ MDF ถือเป็นวัสดุไม้สังเคราะห์ทางเลือกที่เปี่ยมไปด้วยความคุ้มค่า และตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคใหม่ได้อย่างดี เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านหรือผู้ประกอบการที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์ และงานกรุผนังที่มีดีไซน์สวยงาม พื้นผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ ทำสีพ่นได้เนี๊ยบกริบ ในงบประมาณที่สบายกระเป๋าและควบคุมได้ง่าย

เนรมิตเฟอร์นิเจอร์ให้สวยพรีเมียมอย่างไร้กังวลกับ EZYBUILT

การเลือกใช้ไม้ MDF ให้ได้ชิ้นงานที่สวยเนี้ยบและมีอายุการใช้งานยาวนานนั้น ปัจจัยสำคัญที่สุดอยู่ที่คุณภาพของกระบวนการผลิตและการปิดขอบเพื่อกันความชื้นอย่างถูกวิธี ที่ EZYBUILT เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านเฟอร์นิเจอร์ Fit-in แบบสั่งผลิต (Custom-made) ที่คัดสรรเฉพาะแผ่นไม้ MDF เกรดพรีเมียม มาตรฐานยุโรป (E1/E0) ที่ปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำพิเศษ ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย

เราใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรปิดขอบประสิทธิภาพสูงจากโรงงาน ทำให้ทุกรอยต่อของหน้าบานและโครงตู้เรียบสนิท ไร้ช่องโหว่ หมดกังวลเรื่องความชื้นเล็ดลอดสะสม พร้อมทั้งมี Personal Designer คอยให้คำแนะนำในการมิกซ์แอนด์แมตช์วัสดุปิดผิว ไม่ว่าจะเป็นลามิเนต เมลามีน หรือสีพ่นไฮกลอส เพื่อเปลี่ยนไม้ MDF ให้กลายเป็นตู้เสื้อผ้า ชั้นวางทีวี หรือผนังตกแต่งสุดหรูในงบประมาณที่คุณควบคุมได้ ติดตั้งไว หน้างานสะอาด ไร้ฝุ่นละอองรบกวน พร้อมรับประกันผลงานนาน 1 ปี ติดต่อประเมินราคาหรือปรึกษาเบื้องต้นได้ฟรีที่ โทร 065-505-0962 Facebook : EZYBUILT Line : @ezybuilt เจ้าหน้าที่ของ EZYBUILT พร้อมให้คำแนะนำอย่างดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับไม้ MDF

ไม้ MDF แตกต่างจากไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดทั่วไปในเรื่องใดบ้าง

แตกต่างที่ความหนาแน่น ไม้ MDF ใช้เส้นใยบดละเอียดอัดแน่น ทำให้ผิวเนียนเรียบและแข็งแรงกว่าไม้ปาร์ติเกิลที่ใช้เศษไม้บดหยาบ

หากต้องการเฟอร์นิเจอร์ห้องครัวควรเลือกใช้ไม้ MDF แบบไหน

ควรเลือกใช้ไม้ MDF เกรดทนความชื้น หรือที่เรียกว่าไม้ HMR (แกนสีเขียว) เพราะผสมสารกันชื้น ช่วยลดอาการบวมพองได้ดี

วัสดุปิดผิวแบบใดที่นิยมนำมาใช้เคลือบหน้าบานไม้ MDF มากที่สุด

นิยมใช้แผ่นเมลามีน ลามิเนต และการพ่นสีไฮกลอส เพราะผิวไม้ที่เรียบเนียนช่วยให้วัสดุเกาะติดได้เนี้ยบกริบและสวยงาม

มีวิธีดูแลรักษาตู้เฟอร์นิเจอร์ไม้ MDF อย่างไรให้ใช้งานได้นาน

หลีกเลี่ยงความชื้นและน้ำขังเด็ดขาด ให้ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำบิดหมาดสนิทเช็ดทำความสะอาด แล้วรีบเช็ดตามด้วยผ้าแห้งทันที

เฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากไม้ MDF มีอายุการใช้งานเฉลี่ยกี่ปี

มีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 5-10 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและการหลีกเลี่ยงไม่ให้สัมผัสความชื้นโดยตรง

{ “@context”: “https://schema.org”, “@graph”: [ { “@type”: “FAQPage”, “mainEntity”: [ { “@type”: “Question”, “name”: “ไม้ MDF แตกต่างจากไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดทั่วไปในเรื่องใดบ้าง?”, “acceptedAnswer”: { “@type”: “Answer”, “text”: “แตกต่างที่ความหนาแน่น ไม้ MDF ใช้เส้นใยบดละเอียดอัดแน่น ทำให้ผิวเนียนเรียบและแข็งแรงกว่าไม้ปาร์ติเกิลที่ใช้เศษไม้บดหยาบ” } }, { “@type”: “Question”, “name”: “หากต้องการเฟอร์นิเจอร์ห้องครัวควรเลือกใช้ไม้ MDF แบบไหน?”, “acceptedAnswer”: { “@type”: “Answer”, “text”: “ควรเลือกใช้ไม้ MDF เกรดทนความชื้น หรือที่เรียกว่าไม้ HMR (แกนสีเขียว) เพราะผสมสารกันชื้น ช่วยลดอาการบวมพองได้ดี” } }, { “@type”: “Question”, “name”: “วัสดุปิดผิวแบบใดที่นิยมนำมาใช้เคลือบหน้าบานไม้ MDF มากที่สุด?”, “acceptedAnswer”: { “@type”: “Answer”, “text”: “นิยมใช้แผ่นเมลามีน ลามิเนต และการพ่นสีไฮกลอส เพราะผิวไม้ที่เรียบเนียนช่วยให้วัสดุเกาะติดได้เนี้ยบกริบและสวยงาม” } }, { “@type”: “Question”, “name”: “มีวิธีดูแลรักษาตู้เฟอร์นิเจอร์ไม้ MDF อย่างไรให้ใช้งานได้นาน?”, “acceptedAnswer”: { “@type”: “Answer”, “text”: “หลีกเลี่ยงความชื้นและน้ำขังเด็ดขาด ให้ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำบิดหมาดสนิทเช็ดทำความสะอาด แล้วรีบเช็ดตามด้วยผ้าแห้งทันที” } }, { “@type”: “Question”, “name”: “เฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากไม้ MDF มีอายุการใช้งานเฉลี่ยกี่ปี?”, “acceptedAnswer”: { “@type”: “Answer”, “text”: “มีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 5-10 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและการหลีกเลี่ยงไม่ให้สัมผัสความชื้นโดยตรง” } } ] } ] }